ชีวิตของเราเต็มไปด้วยความเร่งรีบและการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน การเดินทาง หรือภาระหน้าที่ต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาในแต่ละวัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยรู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากจะทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มๆ แล้วหลับยาวๆ โดยไม่ต้องตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราววุ่นวาย แต่บางครั้งความเครียดที่สะสมอยู่ในร่างกายและจิตใจมันก็ไม่ยอมปล่อยเราไปง่ายๆ อาการปวดเมื่อยตามตัว นอนไม่หลับ หรือผิวพรรณที่ดูหมองคล้ำไม่สดใส คือสัญญาณเตือนภัยที่ร่างกายกำลังบอกว่า ฉันต้องการการพักผ่อนแบบเร่งด่วน และหนึ่งในวิธีเยียวยาที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมไปทั่วโลกก็คือ การนวดอโรม่า ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยกลิ่นหอมและการสัมผัส ที่จะพาคุณดำดิ่งสู่ความผ่อนคลายอย่างแท้จริง วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกกันว่า แท้จริงแล้วการนวดน้ำมันหอมระเหยนี้มีดีอะไร ทำไมใครๆ ถึงหลงรัก และมันช่วยเปลี่ยนวันที่แสนเหนื่อยให้กลายเป็นวันที่สดใสได้อย่างไร
นวดอโรม่า คืออะไร ทำไมถึงครองใจคนรักสปา
ก่อนจะไปพูดถึงประโยชน์ เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าการนวดอโรม่า หรือ Aroma Massage คืออะไร จริงๆ แล้วมันคือการผสมผสานระหว่างศาสตร์ของการนวด (Touch Therapy) เข้ากับศาสตร์ของกลิ่นบำบัด (Aromatherapy) โดยใช้น้ำมันหอมระเหยที่สกัดจากธรรมชาติเข้มข้นมาเจือจางในน้ำมันนำพา หรือที่เรียกว่า Base Oil เพื่อใช้นวดลงบนผิวหนังโดยตรง ความพิเศษของมันอยู่ที่การทำงานสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือจมูกของเราจะสูดดมกลิ่นหอมเข้าไปกระตุ้นสมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก ทำให้เกิดความรู้สึกสงบ ผ่อนคลาย หรือสดชื่นขึ้นทันที ทางที่สองคือน้ำมันจะซึมเข้าสู่ผิวหนังไปบำรุงเซลล์ผิวและเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อไปช่วยบำบัดระบบต่างๆ ในร่างกาย บวกกับน้ำหนักมือของเทอราปิสต์ที่นวดรีดเส้นสายและกล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล ทำให้การนวดอโรม่าเป็นการพักผ่อนที่สมบูรณ์แบบทั้งทางกายและทางใจ แตกต่างจากการนวดไทยที่เน้นการดัดดึงหรือกดจุดแก้ปวดเป็นหลัก

5 ประโยชน์ของ การนวดอโรม่า ที่ร่างกายคุณต้องการ
เมื่อพูดถึงประโยชน์ของการนวดน้ำมันชนิดนี้ หลายคนอาจคิดแค่ว่ามันช่วยให้สบายตัว แต่ความจริงแล้วมันส่งผลดีต่อร่างกายในหลายมิติมาก จนคุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
-
ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวลได้ชะงัด นี่คือเหตุผลอันดับหนึ่งที่คนเดินเข้าสปา กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย เช่น กลิ่นลาเวนเดอร์ กลิ่นคาโมมายล์ หรือกลิ่นกุหลาบ มีฤทธิ์ในการปรับสมดุลของฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด เมื่อเราได้กลิ่นหอมเหล่านี้ ร่างกายจะหลั่งสารแห่งความสุขอย่างเอ็นโดรฟินออกมาแทนที่ ทำให้ความวิตกกังวลลดลง จิตใจสงบขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่ทำงานหนักหรือมีเรื่องให้คิดมากตลอดเวลา
-
แก้ปัญหานอนไม่หลับ ให้คุณหลับลึกตลอดคืน ใครที่มีปัญหานอนหลับยาก พลิกตัวไปมาทั้งคืน หรือตื่นมาแล้วไม่สดชื่น การนวดอโรม่าช่วยคุณได้ เพราะความผ่อนคลายของกล้ามเนื้อและการปรับสมดุลคลื่นสมองจากกลิ่นหอม จะช่วยนำพาคุณเข้าสู่โหมดการนอนหลับได้ง่ายขึ้น ทำให้คุณภาพการนอนดีขึ้น ตื่นมาแล้วรู้สึกเต็มอิ่มเหมือนได้ชาร์จแบตเต็มที่
-
กระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลือง การนวดที่เป็นจังหวะจะโคน ช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ขับของเสียและสารพิษที่ตกค้างอยู่ออกไป ทำให้เรารู้สึกเบาสบายตัว ลดอาการบวมน้ำ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น
-
บำรุงผิวพรรณให้เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ดูมีออร่า ข้อนี้สาวๆ ต้องถูกใจแน่นอน เพราะน้ำมันที่ใช้ในการนวดส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินเอ และกรดไขมันดีจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นอาหารผิวชั้นเลิศ การนวดจะช่วยผลักวิตามินเหล่านี้ให้ซึมลึกเข้าสู่ผิว ช่วยฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาเนียนนุ่ม ปรับสภาพผิวให้ยืดหยุ่น ลดเลือนริ้วรอย และทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งมีสุขภาพดีแบบที่ครีมทาผิวทั่วไปอาจให้ไม่ได้
-
บรรเทาอาการปวดเมื่อยแบบไม่เจ็บตัว แม้การนวดอโรม่าจะไม่ได้เน้นแก้ปวดหนักๆ เหมือนนวดไทย แต่สำหรับอาการปวดเมื่อยทั่วไปจากการนั่งทำงานนานๆ หรืออาการล้าของกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย การนวดน้ำมันสามารถช่วยคลายก้อนเนื้อที่เกร็งตัว (Muscle Knot) ให้คลายออกได้อย่างอ่อนโยน ช่วยลดการอักเสบ และเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อโดยที่คุณไม่ต้องทนเจ็บจากการโดนกดแรงๆ
นวดไทย กับ นวดอโรม่า ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนถึงจะใช่เรา
เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน การนวดไทยเปรียบเสมือนการเล่นโยคะโดยมีคนอื่นทำให้ เน้นการดัด ดึง บิด และกดจุดที่ค่อนข้างหนักหน่วง เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสะใจ เส้นตึงมากๆ หรือต้องการแก้ปัญหาปวดเฉพาะจุดแบบเร่งด่วน การนวดไทยมักจะไม่ใช้น้ำมัน (หรือใช้น้อยมากในรูปแบบยาหม่อง) และต้องใส่ชุดที่ทางร้านเตรียมให้ ในทางตรงกันข้าม การนวดอโรม่าคือศิลปะแห่งการสัมผัสที่ลื่นไหล ต่อเนื่อง และนุ่มนวลกว่ามาก เน้นความผ่อนคลาย (Relaxation) เป็นหลัก โดยผู้นวดจะต้องถอดเสื้อผ้า (เหลือเพียงกางเกงชั้นในสำหรับทำสปา) เพื่อให้น้ำมันสัมผัสกับผิวหนังได้ทั่วตัว ดังนั้นถ้าคุณเป็นคนขี้หนาว ขี้อาย หรือกลัวเจ็บ การนวดอโรม่าคือทางเลือกที่ใช่ แต่ถ้าคุณเป็นสายแข็ง ชอบให้กดแรงๆ ถึงเส้นถึงกระดูก การนวดไทยอาจจะตอบโจทย์กว่า แต่ในปัจจุบันก็มีการผสมผสานกัน เช่น การนวดรีดเส้นโดยใช้น้ำมัน ซึ่งจะได้ทั้งความสบายและการคลายเส้นไปพร้อมๆ กัน
เทคนิคการเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยให้ตรงกับอารมณ์
ความสนุกอีกอย่างของการนวดอโรม่าคือการได้เลือก “กลิ่น” ที่สะท้อนตัวตนหรือตอบโจทย์ความต้องการในขณะนั้น ถ้าคุณรู้สึกว่าช่วงนี้เครียดมาก นอนไม่ค่อยหลับ ให้เลือก กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender) หรือ กลิ่นไม้จันทน์ (Sandalwood) ซึ่งเป็นราชินีแห่งความสงบ ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้ดิ่งลึกสู่ความผ่อนคลาย แต่ถ้าคุณรู้สึกหดหู่ ซึมเศร้า หรือหมดไฟในการทำงาน ลองเลือก กลิ่นส้ม (Orange) กลิ่นมะนาว (Lemon) หรือกลุ่มซิตรัสทั้งหลาย กลิ่นเปรี้ยวอมหวานเหล่านี้จะช่วยปลุกพลังบวก ทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และอารมณ์ดีขึ้นทันที ส่วนใครที่ต้องการความโรแมนติก หรือต้องการปรับสมดุลฮอร์โมน กลิ่นกุหลาบ (Rose) หรือ กลิ่นกระดังงา (Ylang Ylang) จะช่วยเพิ่มเสน่ห์และความมั่นใจได้เป็นอย่างดี หรือถ้าคุณเป็นคนชอบความเย็นสดชื่น จมูกโล่ง กลิ่นเปปเปอร์มินต์ (Peppermint) หรือ ยูคาลิปตัส (Eucalyptus) ก็จะช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น และบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนได้ด้วย
การเตรียมตัวก่อนและหลังนวด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
เพื่อให้การนวดอโรม่าได้ประสิทธิภาพสูงสุด ก่อนไปนวดควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารมื้อหนักอย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพราะการนอนคว่ำขณะที่ท้องอิ่มจะทำให้อึดอัดและอาจเกิดกรดไหลย้อนได้ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดก่อนเริ่มนวด เพื่อให้รูขุมขนเปิดรับน้ำมันได้เต็มที่ และไม่ควรทาโลชั่นที่มีกลิ่นฉุนไปก่อน เพราะจะไปตีกับกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ส่วนหลังนวดเสร็จ แนะนำว่า “อย่าเพิ่งรีบอาบน้ำ” ควรปล่อยให้น้ำมันซึมเข้าสู่ผิวอย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมง หรือถ้าเป็นไปได้ก็นอนหลับไปทั้งแบบนั้นเลย เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ และหลังจากนวดควรดื่มน้ำอุ่นมากๆ เพื่อช่วยขับของเสียที่ถูกกระตุ้นออกมาจากการนวดให้ระบายออกจากร่างกายได้ดียิ่งขึ้น หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์ทันทีหลังนวด เพราะจะทำให้เลือดหดตัวและอาจเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัวได้
สร้างบรรยากาศสปาหรูที่บ้าน ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจาก Carebeau Wellness
การจะไปสปาทุกสัปดาห์อาจจะเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองทั้งเงินและเวลาสำหรับบางคน แต่ข่าวดีคือคุณสามารถสร้างบรรยากาศแห่งความผ่อนคลายและดูแลผิวพรรณด้วยตัวเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน เพียงแค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน หากคุณกำลังมองหาน้ำมันนวดตัวหรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสปาชั้นนำ Carebeau Wellness คือคำตอบที่คุณตามหา เราคือผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญในการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ผสานกับเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเราไม่ว่าจะเป็นน้ำมันนวดอโรม่า วิตามินอีบำรุงผิว หรือสครับขัดผิว ล้วนอัดแน่นไปด้วยคุณค่าการบำรุงที่เข้มข้น เนื้อสัมผัสละมุน ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญคือ “กลิ่น” ที่เราปรุงแต่งมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้คุณได้รับความผ่อนคลายสูงสุดทุกครั้งที่ใช้
ไม่ว่าคุณจะอยากนวดผ่อนคลายให้คนในครอบครัว หรือแค่อยากทาผิวบำรุงหลังอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์ของ Carebeau Wellness ก็พร้อมจะเปลี่ยนกิจวัตรเดิมๆ ให้กลายเป็นช่วงเวลาพิเศษ ลองจินตนาการถึงการกลับบ้านมาแล้วได้นวดขาเบาๆ ด้วยน้ำมันกลิ่นหอมละมุน หรือการได้ทาครีมวิตามินอีที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นนุ่มเด้งก่อนนอน มันคือความสุขเล็กๆ ที่หาได้ง่ายๆ และราคาจับต้องได้ ให้ Carebeau Wellness เป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพผิวและความผ่อนคลายของคุณในทุกๆ วัน เพราะเราเชื่อว่า สุขภาพที่ดีและความงาม เริ่มต้นจากการดูแลตัวเองด้วยความใส่ใจ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ผิว เลือก Carebeau Wellness ครับ
คำถามที่พบบ่อย
นวดอโรม่าเจ็บไหม?
โดยปกติแล้วการนวดอโรม่าจะไม่เจ็บครับ เพราะเน้นความผ่อนคลายและการรีดเส้นเบาๆ แต่ถ้าเจอก้อนกล้ามเนื้อที่ตึงมากๆ อาจมีความรู้สึกเจ็บนิดๆ แบบทนได้ หรือเรียกว่าเจ็บแบบฟินๆ ครับ
ควรนวดอโรม่าบ่อยแค่ไหน?
สามารถนวดได้บ่อยตามต้องการครับ แต่ความถี่ที่แนะนำคือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรืออย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เพื่อช่วยคลายความเครียดสะสมและบำรุงผิวพรรณอย่างต่อเนื่อง
หลังนวดอโรม่าต้องอาบน้ำไหม?
ไม่แนะนำให้อาบน้ำทันทีครับ ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ถึง 3 ชั่วโมง เพื่อให้น้ำมันและวิตามินซึมเข้าบำรุงผิว แต่ถ้าเป็นน้ำมันที่เหนอะหนะมากหรือไม่ชอบความมัน อาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเบาๆ ได้ครับ
คนท้องนวดอโรม่าได้ไหม?
นวดได้ครับ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรเลือกน้ำมันที่ไม่มีผลต่อการบีบตัวของมดลูก แนะนำให้ปรึกษาแพทย์และแจ้งเทอราปิสต์ก่อนเสมอ และควรนวดเมื่ออายุครรภ์เกิน 4 เดือนขึ้นไป
ผู้ชายไปนวดอโรม่าได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ การนวดอโรม่าเหมาะกับทุกเพศ ผู้ชายเองก็มีความเครียดและอาการปวดเมื่อยที่ต้องการการผ่อนคลายเช่นกัน และยังช่วยบำรุงผิวผู้ชายไม่ให้แห้งกร้านด้วยครับ
อ่านเพิ่มเติม:


