เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีความรู้สึกว่าหลังจากกลับถึงบ้านแล้ว สิ่งแรกที่อยากทำคือถอดรองเท้าแล้วทิ้งตัวลงนอน เพราะตลอดทั้งวันที่ผ่านมาเท้าคู่เก่งของเราต้องรับศึกหนักมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปขึ้นรถไฟฟ้า การยืนทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือสาวๆ ที่ต้องใส่รองเท้าส้นสูงเพื่อเสริมบุคลิกภาพ ความเมื่อยล้าที่สะสมอยู่ที่ฝ่าเท้าและน่องมันช่างทรมานและบั่นทอนพลังงานชีวิตเหลือเกิน การได้ดูแลเท้าด้วยการทำ สปาแช่เท้า จึงเปรียบเสมือนรางวัลเล็กๆ ที่เรามอบให้กับตัวเองได้ในทุกวัน ไม่จำเป็นต้องฝ่ารถติดไปเข้าสปาหรูราคาแพง ไม่ต้องจองคิวล่วงหน้า เพียงแค่มีกะละมังใบเล็กกับน้ำอุ่นๆ และสมุนไพรหรือเกลือหอมๆ ที่หาได้ในบ้าน ก็สามารถเนรมิตมุมพักผ่อนส่วนตัวที่จะช่วยล้างความเหนื่อยล้าให้หายเป็นปลิดทิ้ง พร้อมฟื้นฟูสุขภาพเท้าให้กลับมาเนียนนุ่มน่าสัมผัสได้อีกครั้ง วันนี้เราจะพาไปดูวิธีทำสปาเท้าแบบง่ายๆ แต่ได้ผลลัพธ์ดีต่อใจและร่างกายเกินคาด
ทำไมเราต้องทำ สปาแช่เท้า มันดีต่อร่างกายยังไง
การแช่เท้าในน้ำอุ่นไม่ได้ให้แค่ความรู้สึกสบายผิวเผิน แต่มันมีผลโดยตรงต่อระบบการทำงานภายในร่างกาย ตามหลักแพทย์แผนจีนและแพทย์ทางเลือกเชื่อว่าฝ่าเท้าเป็นจุดรวมของเส้นประสาทที่เชื่อมโยงไปยังอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย ประโยชน์ของการแช่เท้าข้อแรกคือช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ความร้อนอุ่นๆ จะทำให้หลอดเลือดขยายตัว เลือดลมเดินสะดวกขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรนและลดความดันโลหิตได้ชั่วคราว ข้อต่อมาคือช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น ใครที่มีปัญหานอนไม่หลับ ลองแช่เท้าก่อนนอนสัก 15 นาที ความผ่อนคลายจะช่วยลดระดับความเครียด ทำให้สมองโล่งและหลับได้ลึกขึ้น นอกจากนี้การแช่เท้ายังช่วยลดอาการบวมของเท้า ลดกลิ่นอับชื้นจากการใส่รองเท้าผ้าใบทั้งวัน และช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย โดยเฉพาะในคนที่มือเท้าเย็นง่าย การแช่เท้าถือเป็นการปรับธาตุในร่างกายให้สมดุลอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม สำหรับการทำสปาเท้าที่บ้าน
การทำสปาเท้าแบบโฮมเมดใช้อุปกรณ์น้อยมากและหาได้ง่ายในครัวเรือน สิ่งหลักๆ ที่ต้องมีคือกะละมังขนาดพอเหมาะที่สามารถวางเท้าทั้งสองข้างลงไปได้สบายๆ โดยระดับน้ำควรท่วมข้อเท้าขึ้นมาเล็กน้อย ผ้าขนหนูผืนเล็กสำหรับเช็ดเท้าให้แห้ง น้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 38 ถึง 40 องศาเซลเซียส หรือเอามือจุ่มแล้วรู้สึกอุ่นสบายไม่ร้อนจนสะดุ้ง และพระเอกของงานคือส่วนผสมที่จะใส่ลงไปในน้ำ เช่น เกลือทะเล เกลือสปา น้ำมันหอมระเหย หรือสมุนไพรสดอย่างตะไคร้ มะกรูด ขิง ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีสรรพคุณในการบำบัดที่แตกต่างกันไป นอกจากนี้ถ้าอยากให้ครบสูตรแบบมืออาชีพ อาจเตรียมหินขัดเท้า หรือแปรงนุ่มๆ ไว้สำหรับขัดทำความสะอาดซอกเล็บและส้นเท้าด้วยก็ได้

รวม สูตรแช่เท้า จากก้นครัวและสมุนไพรใกล้ตัว
เพื่อให้การแช่เท้าแต่ละครั้งได้ประสิทธิภาพสูงสุด เราสามารถปรุงแต่งน้ำแช่เท้าได้ตามความต้องการและอาการที่เป็นอยู่
-
สูตรเกลือทะเลและน้ำมันหอมระเหย สูตรนี้เน้นความผ่อนคลายและดีท็อกซ์ผิว เพียงใส่เกลือทะเลประมาณ 1 กำมือลงในน้ำอุ่น เกลือจะช่วยดูดซับสารพิษและลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หยดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์หรือเปปเปอร์มินต์ลงไปเล็กน้อย กลิ่นหอมจะช่วยบำบัดความเครียดและทำให้รู้สึกสดชื่น
-
สูตรน้ำส้มสายชูและน้ำยาบ้วนปาก อาจฟังดูแปลกแต่สูตรนี้เด็ดมากสำหรับคนที่มีปัญหาส้นเท้าแตกและเท้าเหม็น น้ำส้มสายชูจะช่วยปรับสภาพผิวให้นุ่มขึ้น ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกง่าย ส่วนน้ำยาบ้วนปากจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่เป็นสาเหตุของกลิ่นเท้า ทำให้เท้ารู้สึกเย็นสบายและสะอาดหมดจด
-
สูตรสมุนไพรต้มรวมมิตร สำหรับสายธรรมชาติ ลองนำตะไคร้ ใบมะกรูด ขิง และไพล มาต้มรวมกันจนได้น้ำสมุนไพรเข้มข้น ผสมกับน้ำอุ่นแช่เท้า สมุนไพรเหล่านี้มีฤทธิ์ร้อนและน้ำมันหอมระเหยตามธรรมชาติ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดอาการเท้าบวม และช่วยคลายเส้นเอ็นที่ตึงเครียดได้ดีเยี่ยม

ขั้นตอนการทำสปาเท้า
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็มาเริ่มขั้นตอนแห่งความสุขกันเลย เริ่มแรกให้ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่เพื่อชำระล้างฝุ่นละอองและคราบสกปรกเบื้องต้นออกก่อน จากนั้นนำเท้าลงไปแช่ในกะละมังน้ำอุ่นที่ผสมสูตรต่างๆ ไว้แล้ว นั่งในท่าที่สบายที่สุด อาจจะเอนหลังพิงโซฟาหรือเก้าอี้นุ่มๆ หลับตาลงและปล่อยวางความเครียด แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15 ถึง 20 นาที ระหว่างนี้ถ้าน้ำเริ่มเย็นลงสามารถเติมน้ำร้อนเพิ่มได้เล็กน้อย เมื่อครบเวลาแล้ว ผิวหนังบริเวณเท้าจะเริ่มนุ่มขึ้น ให้ใช้โอกาสนี้ในการสครับผิว โดยใช้เกลือสปาหรือหินขัดเท้า ขัดเบาๆ บริเวณส้นเท้าที่มีหนังด้านแข็ง ตาตุ่ม และซอกนิ้วเท้า เพื่อขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพให้หลุดออก ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วใช้ผ้าขนหนูซับให้แห้งสนิทโดยเฉพาะตามซอกนิ้ว เพื่อป้องกันเชื้อรา
เคล็ดลับเพิ่มความฟิน ให้เหมือนยกสปาหรูมาไว้ที่บ้าน
นอกจากการแช่เท้าเฉยๆ แล้ว เราสามารถยกระดับประสบการณ์การทำสปาให้พิเศษยิ่งขึ้นได้ด้วยการสร้างบรรยากาศ ลองหรี่ไฟในห้องลงให้สลัวๆ จุดเทียนหอมอโรมา หรือเปิดเพลงบรรเลงเบาๆ คลอไปด้วย จะช่วยให้จิตใจสงบและผ่อนคลายได้ลึกซึ้งขึ้น หรือในขณะที่แช่เท้า สามารถนำลูกแก้วกลมๆ ใส่ลงไปที่ก้นกะละมัง แล้วใช้ฝ่าเท้าคลึงไปมาบนลูกแก้ว เพื่อเป็นการนวดกดจุดสะท้อนฝ่าเท้าไปในตัว วิธีนี้จะช่วยคลายพังผืดใต้ฝ่าเท้าและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในได้ดีมาก และหลังจากเช็ดเท้าแห้งแล้ว อย่าลืมขั้นตอนสำคัญคือการนวดบำรุงด้วยครีมหรือน้ำมันนวดเท้า นวดคลึงเบาๆ ทั่วฝ่าเท้าและน่อง จะช่วยล็อคความชุ่มชื้นและกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นอีกแรง
ข้อควรระวัง ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการแช่เท้า
แม้การแช่เท้าจะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับบุคคลบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมักจะมีปัญหาเรื่องปลายประสาทเสื่อม ทำให้รับรู้ความรู้สึกร้อนเย็นได้ช้ากว่าปกติ หากน้ำร้อนเกินไปอาจทำให้ผิวหนังพุพองเป็นแผลโดยไม่รู้ตัว และแผลอาจหายยากจนเกิดการติดเชื้อได้ ดังนั้นผู้ป่วยเบาหวานควรเช็คอุณหภูมิน้ำให้ดีด้วยการใช้ข้อศอกจุ่มวัดก่อนเสมอ หรือให้คนปกติช่วยเช็คให้ นอกจากนี้ผู้ที่มีบาดแผลเปิด แผลติดเชื้อ หรือโรคผิวหนังที่เท้ายู่อย่างรุนแรง ควรงดการแช่เท้าไปก่อนจนกว่าแผลจะหายดี เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อโรคแพร่กระจายหรือแผลเปื่อยยุ่ยหายช้ากว่าเดิม ส่วนคนที่มีปัญหาเส้นเลือดขอด ไม่ควรแช่น้ำที่ร้อนจัดเกินไป เพราะจะทำให้หลอดเลือดขยายตัวและอาการเป็นหนักขึ้นได้
เปลี่ยนวันธรรมดาให้พิเศษด้วยผลิตภัณฑ์จาก Carebeau Wellness
หากคุณรู้สึกว่าการเตรียมสมุนไพรสดหรือผสมสูตรแช่เท้าเองเป็นเรื่องยุ่งยาก หรือไม่มีเวลามากพอ แต่อยากสัมผัสความรู้สึกผ่อนคลายแบบสปาชั้นนำ ลองให้ผลิตภัณฑ์จาก Carebeau Wellness เป็นตัวช่วยดูแลเท้าของคุณดูสิ เริ่มต้นความผ่อนคลายด้วย Carebeau Spa Lightening Salt เกลือสปาขัดผิวสูตรพิเศษที่มีส่วนผสมของสมุนไพรและวิตามินเข้มข้น เพียงแค่ตักเกลือละลายในน้ำอุ่นแช่เท้า กลิ่นหอมละมุนจะช่วยบำบัดความเครียดได้ทันที และเนื้อเกลือที่ละเอียดเนียนนุ่มยังสามารถนำมาขัดส้นเท้าและผิวที่หยาบกร้านให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน โดยไม่ต้องกลัวบาดผิว เผยผิวเท้าที่เนียนนุ่ม ขาวกระจ่างใสได้ในการทำครั้งเดียว
และเพื่อความสมบูรณ์แบบของการทำสปาเท้า อย่าลืมปิดท้ายด้วยการนวดบำรุงด้วย Carebeau Massage Oil น้ำมันนวดตัวคุณภาพพรีเมียมที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา ซึมซาบไว ไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ มีให้เลือกหลายกลิ่นตามความชอบ ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นเปปเปอร์มินต์ที่ช่วยปลุกความสดชื่น หรือกลิ่นลาเวนเดอร์ที่ชวนให้หลับสบาย การใช้น้ำมันนวดจะช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวเท้าที่แห้งแตกกลับมานุ่มชุ่มชื้นยาวนาน และช่วยลดแรงเสียดทานขณะนวดกดจุด ทำให้คุณสามารถปรนนิบัติเท้าคู่โปรดได้อย่างเต็มที่ การดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เท่านี้คุณก็สามารถเป็นเจ้าของสุขภาพเท้าที่ดีและความสุขที่สร้างเองได้ที่บ้านกับ Carebeau Wellness
คำถามที่พบบ่อย
น้ำที่ใช้แช่เท้าควรมีอุณหภูมิเท่าไหร่ถึงจะดีที่สุด?
อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ที่ประมาณ 38 ถึง 40 องศาเซลเซียส หรืออุ่นจัดแต่ไม่ถึงกับร้อนลวกผิว ให้ความรู้สึกสบายเมื่อจุ่มเท้าลงไป ไม่ควรใช้น้ำเดือดหรือน้ำที่ร้อนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวแห้งและระคายเคืองได้
ควรแช่เท้าบ่อยแค่ไหน ทำทุกวันได้ไหม?
สามารถทำได้ทุกวัน โดยเฉพาะคนที่เดินเยอะหรือยืนนานๆ การแช่เท้าทุกวันจะช่วยคลายความล้าได้ดี แต่ถ้ามีการขัดหรือสครับผิวร่วมด้วย แนะนำให้ทำเพียงสัปดาห์ละ 2 ถึง 3 ครั้ง เพื่อไม่ให้ผิวบางเกินไป
เกลือแช่เท้า ใช้เกลือแกงในครัวแทนได้ไหม?
ใช้แก้ขัดได้ เพราะเกลือแกงช่วยฆ่าเชื้อและลดบวมได้บ้าง แต่เกลือสปาหรือเกลือทะเลจะมีแร่ธาตุที่บำรุงผิวมากกว่า และมักผสมน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยเรื่องความผ่อนคลายได้ดีกว่า
คนที่เป็นเส้นเลือดขอด แช่เท้าได้ไหม?
แช่ได้แต่ต้องระวังเรื่องความร้อน ไม่ควรใช้น้ำที่ร้อนจัด และไม่ควรแช่นานเกินไป แนะนำให้ใช้น้ำอุ่นพอประมาณสลับกับน้ำเย็น เพื่อกระตุ้นการยืดหดของหลอดเลือดจะดีกว่า
เท้าแห้งแตกมาก แช่น้ำอุ่นแล้วผิวจะยิ่งแห้งไหม?
น้ำอุ่นอาจล้างน้ำมันธรรมชาติออกไปบ้าง ดังนั้นหลังแช่และเช็ดแห้งแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องทาครีมบำรุงหรือน้ำมันนวดเท้าทันที เพื่อล็อคความชุ่มชื้น ถ้าทำแบบนี้ผิวจะนุ่มขึ้นไม่แห้งแตกแน่นอน
อ่านเพิ่มเติม:


